ยินดีต้อนรับสู่ Thanormpit Baby Home

ฝากลูกไว้กับเนอสเซอรี่ดีอย่างไร

ฝากลูกไว้กับเนอสเซอรี่ดีอย่างไร

คุณแม่มือใหม่ใกล้ครบกำหนดวันลาคลอดแล้วซิ แล้วเจ้าหนูตัวน้อยนี่เล่าจะทำอย่างไรดี

ลำพังครอบครัวเล็กๆที่มีคุณพ่อคุณแม่ต้องทำงานนอกบ้านด้วยกันทั้งคู่เจ้าหนูจะอยู่กับใครจะส่งไปฝากคุณยายคุณย่าเลี้ยงที่ต่างจังหวัดก็อดที่จะคิดถึงและเป็นห่วงไม่ได้ ไหนจะพลาดโอกาสที่จะได้เห็นพัฒนาการแต่ละขั้นของเจ้าตัวน้อย ภาพรอยยิ้มอันน่ารักชองลูกที่จะคอยให้พ่อแม่ชื่นใจหายเหนื่อยเมื่อกลับมาจากที่ทำงาน ยามนอนก็ยังได้กอดกล่อมเจ้าให้อบอุ่นและมีความสุขสร้างสายใยรักในครอบครัวให้แน่นแฟ้น ครั้นจะจ้างพี่เลี้ยงจากศูนย์เลี้ยงเล็กที่มีอยู่ทั่วเมืองมาเลี้ยงลูกที่บ้านก็ไม่สะดวก บางทีโชคร้ายเจอพี่เลี้ยงประเภทมาสมัครงานตอนเช้าตอนบ่ายก็ส่งไปทำงานบ้านนายจ้างเลย เจอพี่เลี้ยงสกปรกมักง่าย ไม่มีความรู้ไม่มีประสบการณ์ ไหนจะกลัวพี่เลี้ยงแอบร้ายลูกเราหรือเปล่าจะปล่อยปละละเลยลูกเราไหม กลัวไปสารพัด ต้องเปลี่ยนพี่เลี้ยงเปลี่ยนแล้วเปลี่ยนอีก จนอยากจะออกจากงานมาเลี้ยงลูกเองเสียให้รู้แล้วรู้รอดแต่บางครั้งเศรษฐกิจก็ไม่อำนวย การฝากลูกไว้กับเนอสเซอรี่ที่ได้มาตรฐานและขึ้นทะเบียนอยู่ในความดูแลของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่อยู่ในใจของคุณพ่อคุณแม่ เพราะอย่างน้อยก็ไว้ใจได้เรื่องความรู้ความสามารถและประสบการณ์ของครูพี่เลี้ยง เรื่องความสะอาดและความปลอดภัยของสิ่งแวดล้อมเราก็ดูและเลือกเนอสเซอรี่ก่อนจะตัดสินใจฝากแก้วตาดวงใจของเราไว้ นอกจากนี้การฝากลูกไว้กับเนอสเซอรี่ยังมีข้อดีข้อเสียอะไรบ้าง คุณพ่อคุณแม่อยากรู้แล้วใช่ไหมคะ

เราลองมาดูข้อดีกันก่อนดีกว่าค่ะ

1. เด็กได้มีโอกาสเล่นและเรียนรู้การใช้ชีวิตอยู่กับเพื่อนๆในวัยเดียวกันซึ่งจะช่วยฝึกเรื่องการมีน้ำใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ รู้จักแบ่งปัน รู้จักอดทน การรอคอย การควบคุมอารมณ์ของตัวเอง เนอสเซอรี่จะปลูกฝังเรื่องความมีระเบียบวินัย(Self-Discipline ) เช่นการเข้าแถวสวดมนต์ตอนเช้า การเก็บของเล่นเข้าที่เมื่อเล่นเสร็จ การทิ้งขยะให้เป็นที่ ฝึกการฟังคำสั่งง่ายๆและปฏิบัติตาม เช่นรับประทานข้าวเสร็จแล้วให้เอาชามไปเก็บในกาละมัง เด็กจะทำได้และปฏิบัติจนเป็นนิสัยที่ดี เด็กจะรู้จักช่วยเหลือตนเองโดยเลียนแบบพี่ที่โตกว่า เช่นตักอาหารรับประทานเอง สวมรองเท้าเอง เด็กจะเรียนรู้ในการอยู่ร่วมกับผู้อื่น รู้ว่าในโลกนี้นอกจากคนในครอบครัวแล้วยังมีบุคคลอื่นอีกมากมาย เด็กจะกล้าแสดงออก ไม่กลัวคนแปลกหน้า มั่นใจในตนเองเพราะคุณครูจะฝึกเค้าค่ะ เช่น เมื่อน้องนะโมเก็บรองเท้าของตนเองเข้าที่ชั้นวางได้ถูกต้องเรียบร้อยก็จะได้รับคำชมเชยจากคุณครูเป็นรางวัลเด็กก็จะเกิดความมุ่งมั่น ความพยายามในการทำทุกเรื่องให้สำเร็จ จากความพยายามทำจนสำเร็จในเรื่องเล็กๆเหล่านี้เด็กจะเกิดความเชื่อมั่น ความภาคภูมิใจในตนเอง รู้จักคิดแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ซึ่งจะเป็นพื้นฐานให้เค้าประสบความสำเร็จในชีวิตเมื่อเป็นผู้ใหญ่

2. ด้านร่างกาย เนอสเซอรี่แต่ละแห่งจะจัดอาหารตามหลักโภชนาการให้แก่เด็กโดยอาจเซ็ตไว้เป็นอาทิตย์หรือเป็นเดือนคุณพ่อคุณแม่ขอดูได้ค่ะว่าลูกเราจะได้รับสารอาหารถูกต้องครบถ้วนเหมาะสมหรือไม่ เด็กๆที่เนอสเซอรี่มักไม่ค่อยมีปัญหาในการรับประทานผัก ผลไม้เพราะเด็กจะสนุก ในการรับประทานพร้อมๆกับเพื่อน เด็กคนอื่นรับประทานผักอีกคนก็จะทำตาม คุณครูก็จะมีนิทานเกี่ยวกับผัก ผลไม้ให้ฟัง คุณครูมีเทคนิคปรุงแต่งผักจนหนูทานผักได้ทุกอย่างเลยค่ะเช่นแครอท ไชเท้าทำเป็นดอกไม้ในแกงจืด จนหนูๆไม่รังเกียจผักอีกเลย

3. เนอสเซอรี่จะมีเครื่องเล่นต่างๆ ที่จะช่วยฝึกทักษะ เช่น เครื่องเล่นปีนป่ายช่วยฝึกการทรงตัว ความคล่องแคล่วว่องไว เสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและความสัมพันธ์ของระบบประสาทในการใช้งาน กล้ามเนื้อทั้งมัดเล็กมัดใหญ่ ประสานสัมพัทธ์ระหว่างตา มือและเท้า ซึ่งส่วนนี้เป็นส่วนที่สำคัญเนื่องจากถ้าหากว่ามีประสาทสัมพันธ์ดีการเรียนรู้อื่นๆก็จะดีตามไปด้วย

4. คุณครูจะคอยประเมินและกระตุ้นส่งเสริมพัฒนาการให้เป็นไปตามวัย เช่น น้องฝ้ายอายุ 1ขวบ 4 เดือนยังไม่เดิน กล้ามเนื้อมัดใหญ่ไม่แข็งแรงเนื่องจากเป็นลูกคนแรก รักมาก อุ้มตลอดเวลา คุณครูก็จะฝึกให้ ทางเนอสเซอรี่จะมีกิจกรรมต่างๆโดยใช้เพลงเป็นสื่อ ซึ่งต้องเป็นเพลงเด็กที่สนุก ภาษาเข้าใจง่าย เรื่องใกล้ๆตัวเด็ก คุณครูจะมีท่าทางประกอบเพลงเจ้าหนูทั้งสนุกเพลิดเพลินกับการออกกำลังกายแบบนี้ อีกทั้งได้คำศัพ?ต่างๆจากเนื้อหาของเพลงอีกด้วย บางแห่งยิ่งดีใหญ่มีการนำเอาดนตรีคลาสสิคมาเปิดให้ฟังตอนเข้านอนกลางวันอีกด้วยซึ่งคลื่นเสียงที่เกิดจากดนตรีเหล่านี้เป็นที่ยอมรับกันวงแพทย์แล้วว่าช่วยกระตุ้นเซลล์สมองให้แตกตัวเพิ่มมากขึ้น แตกกิ่งก้านสาขาของเซลล์สมอง RHYTHME จะช่วยทางด้านความจำ ทำให้ลูกเป็นเด็กฉลาด อีกทั้งกิจกรรมเล่านิทานแสนสนุกพร้อมสื่ออุปกรณ์อีกเพียบที่คุณครูสรรหามาให้เจ้าตัวน้อยได้สนุก ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้บางครั้งคุณพ่อคุณแม่ก็ไม่มีเวลาทำร่วมกับลูก หรือทักษะ ประสบการณ์ก็ไม่สู้คุณครูแม้ว่าแม่จะมีความรักที่ยิ่งใหญ่ที่สุดให้ลูกก็ตาม ครั้นเมื่อถึงวัยที่ต้องเข้าสู่ชั้นอนุบาลถึงตอนนี้เจ้าตัวน้อยก็พร้อมที่จะเข้าสู่สังคมที่ใหญ่ขึ้นแล้วล่ะค่ะ

อ่านแต่ข้อดีที่มีตั้งมากมายจนชักเคลิบเคลิ้มแล้วใช่ไหมค่ะ เอาเจ้าตัวน้อยไปฝากเนอสเซอรี่เลยดีไหม แต่ช้าก่อนค่ะ เนอสเซอรี่ก็มีข้อเสียเหมือนกันนะคะ

ข้อเสียก็คือการที่เนอสเซอรี่ต้องเลี้ยงเด็กอยู่ร่วมกันหลายๆคน แต่ละคนมาจากสิ่งแวดล้อมต่างกัน ภาวะสุขภาพแต่ละคนก็ต่างกัน พอมาอยู่รวมกันหนูน้อยก็อาจป่วยเป็นหวัดบ่อยกว่าแยกเลี้ยงเดี่ยวที่บ้านค่ะ โดยเฉพาะในเด็กอ่อนช่วงขวบปีแรกที่ภูมิต้านทานยังน้อย ยิ่งไม่ได้กินนมแม่ด้วยแล้วก็จะป่วยบ่อยหน่อย เพราะบางครั้งมีเด็กเพียงคนเดียวเป็นหวัด ก็จะแพร่ให้เด็กคนอื่นๆได้ตั้งหลายคน เจ้าโรคหวัดนี่ก็ช่างกระไร แค่หายใจรดกัน,ไอ,จาม,เล่นคลุกคลีกันก็ติดได้แล้ว เจ้าตัวน้อยก็กำลังอยู่ในวัยอยากรู้อยากเห็นด้วยซิ เจอของเล่นอะไรก็จับเข้าปากเอามาอมสำรวจเสียหน่อยซิ อันนี้คืออะไร จะมีรสชาดไหมนะ หารู้ไม่ว่าเมื่อตะกี้นี้เพื่อนที่กำลังเป็นหวัดเอาไปอมสำรวจก่อนหน้าซะแล้ว อย่างนี้หนูจะไม่ติดหวัดได้อย่างไร ? บางทีเมื่อมีโรคระบาดต่างๆเด็กก็อาจติดได้เช่น ท้องเสีย , ตาแดง ถ้าลูกป่วยคุณแม่ก็ต้องหยุดงานมาดูแลเพื่อไม่ให้แพร่ระบาดไปยังเพื่อนคนอื่นๆอีก แม้ว่าหวัดจะเกิดจากเชื้อไวรัสที่มีมากว่า 200 สายพันธุ์ ซึ่งแต่ละสายพันธุ์เมื่อเป็นแล้วจะไม่เป็นซ้ำอีกเมื่อเด็กโตขึ้นเข้าโรงเรียนก็อาจเป็นหวัดน้อยกว่าเด็กที่มาจากบ้านซึ่งมีภูมิต้านทานหวัด น้อยกว่า ,ไหนจะเรื่องอุบัติเหตุเล็กๆน้อยๆที่เกิดได้ไม่เว้นแต่ละวัน เพราะความซุกซน ระวังตัวไม่เป็น และความอยากรู้ซึ่งเป็นธรรมชาติของเด็กบวกกับร่างกายที่ไม่เอื้ออำนวยก็หนูเพิ่งหัดเดินนี่นา! เดินบางล้มบ้าง บางทีก็วิ่งชนกัน แย่งของเล่นกัน บางครั้งถึงขนาดกัดมือกัดแขน เพราะเจ้าหนูโมโหที่ถูกแย่งของเล่น แม้คุณครูจะช่วยกันดูแลเต็มที่เพียงไร อุบัติเหตุก็เกิดขึ้นได้เสมอในชั่วพริบตาเดียว เนอสเซอรี่บางแห่งจึงมีนโยบายให้ทำประกันอุบัติเหตุไว้ด้วยค่ะเผื่อเกิดอุบัติเหตุถ้าพิจารณาว่าควรพบแพทย์ทางเนอสเซอรี่ก็จะจัดการส่งไปทันที แต่โดยทั่วไปจะไม่เกิดอุบัติเหตุรุนแรงหรอกค่ะ เพราะแต่ละที่ก็จะมีมาตรการการจัดสิ่งแวดล้อมให้มีความปลอดภัยเพราะต้องอยู่กับเด็ก ก่อนตัดสินใจฝากลูกไว้เราก็ต้องสำรวจเนอสเซอรี่ก่อนอยู่แล้วใช่ไหมคะ

ครูนกให้ข้อมูลมาถึงตรงนี้คุณพ่อคุณแม่พอจะได้แนวความคิดแล้วใช่ไหมคะว่าจะฝากลูกสุดที่รักไว้กับเนอสเซอรี่ดีไหม ตอนนี้ก็ตัดสินใจกันเองนะคะ

และท้ายนี้ครูนกก็ขอฝากถนอมพิศเบบี้โฮมให้เป็นอีกทางเลือกสำหรับคุณพ่อคุณแม่ด้วยนะคะ สนใจติดต่อสอบถามรายละเอียดกันได้ค่ะ ที่ โทร.02-5304915 ,09-2335404 ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 7.00-18.00 น.ค่ะ หรือจะขอเยี่ยมชมสถานที่ก่อนตัดสินใจก็ได้นะคะ